[English Grammar] I used to be an adventurer like you…

วันนี้อยากกวนประสาทคนเล่นๆ ครับไม่มีอะไร หลายๆ ท่านคงเคยคุ้นๆ ผ่านๆ กับประโยคที่ว่า

“I used to be an adventurer like you. Then I took an arrow in the knee.” – every guard in Skyrim (2011 video game by Bethesda)

มาบ้างแล้ว เราใช้โครงสร้าง “used to” เพื่อบอกว่าเราเคยเป็น (used to be) หรือทำอะไร (used to do) บางอย่างมาก่อน โดยที่ปัจจุบันไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น จากข้อความข้างต้นเราสามารถจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้พูดไม่ได้เป็นนักผจญภัยอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

ในบางครั้งเราก็อาจไม่ต้องบอกก็ได้ว่าสาเหตุที่เราเลิกทำบางสิ่งบางอย่างคืออะไร เช่น หากเราต้องการจะสื่อว่าเราแค่เคยเป็นนักผจญภัยมาก่อน เราอาจบอกแค่ I used to be an adventurer (like you). ก็ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ เงื่อนไขของการใช้ “used to” นั้นนอกจากจะต้องเป็นเรื่องที่จบในอดีตไปแล้วยังจะต้องเป็นสิ่งที่(เคย)เป็นกิจวัตรหรือสิ่งที่เป็น “ลักษณะ” ของเราด้วย เช่น อาชีพ (I used to be an adventurer.) สภาพทางร่างกาย (I used to be fat.) หรือฐานะ (I used to be poor.) หรือสิ่งที่ทำเป็นนิสัย (I used to smoke. หรือ I used to drink.) เป็นต้น และ สิ่งที่อยู่หลัง used to จะต้องเป็น infinitive form เท่านั้น

ตัวอย่างที่ผิด

  • I used to kill a man. (ถ้าฆ่าคนเดียวต้องใช้ I killed a man. ถ้าเป็นฆาตกรอาชีพต้องใช้ I used to kill.)
  • I used to ate beef. (ต้องใช้ “eat beef”)
  • I used to have short hair. Now I still have short hair. (ไม่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างนี้)

ทั้งนี้ สำหรับตัวอย่างที่ให้ไว้ในตอนแรก หากนำมาตีความด้วยเส้นเวลา (timeline) จะได้ประมาณนี้ครับ ลองวาดเส้นเวลาสำหรับประโยคอื่นๆ ดูครับ จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://www.englishclub.com/grammar/verbs-m_used-to-do.htm

หมายเหตุ บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อกัด Skyrim ล้วนๆ ไม่ได้มีคุณค่าทางภาษาเท่าที่ควรครับ (เจตนา)

เขาชนไก่ ชั้นปีที่ 3 – ROTC Field Training: 3rd Year

วัน ว. – D-Day
ข้าพเจ้าลงจากรถ ลาผู้ปกครองที่มาส่งข้าพเจ้าที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (สวนเจ้าเชตุ) สะพายเป้ เดินไปยังประตู ผ่านฝูงคำถามมากมายซ้ำซากว่า สายเก่งใส่อย่างไร บ้าง สายเก่งมีประโยชน์หรือไม่ บ้าง ซึ่งข้าพเจ้าก็เบื่อเหลือเกิน แต่ก็ตอบเพราะเห็นว่าเขาเหล่านั้นเป็นรุ่นน้องทั้งสิ้น และควรได้รับข้อมูลที่เขาสมควรได้รับ
I stepped down from my parent’s car, bid them goodbye and backpacked into the Army Reserve Command, through repeated question on how to wear the load harness, its uses and if any, necessity. I tried to keep myself calm and answer them just because they’re all my juniors and deserve to have the truth.

ภาพ: รวมพลที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง สวนเจ้าเชตุ
Preparing for assembly at Army Reserve Command

จากนั้น พวกเราพากันไปรวมพลที่ที่รวมพลในสวนเจ้าเชตุ ขึ้นรถไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ
We assembled, and rode to Nine-Army Battle Historical Park.

2 ภาพ: เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพ
2 Pictures: In transit to Nine-Army Battle Historical Park

สงครามเก้าทัพ เป็นสงครามในปี พ.ศ. 2328 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พม่าในยุคนั้นมีพระเจ้าปดุงปกครอง ได้ยกทัพมาทั้งหมด 9 ทัพ กำลังพล 144 000 นาย กระจายกำลังบุกทั้งจากทางเหนือและใต้ ใช้ทัพบกและทัพเรือประสานกัน โดยกำลังหลักส่วนใหญ่ได้บุกผ่านด่านเจดียสามองค์
The Nine Armies War was a conflict between Siam and Burma in 1785, back in Rama I’s reign. King Bodawpaya of Burma coordinated an attack heading for Bangkok using 9 armies, with total strength of 144 000 men, from both the north and south, on land and from sea. Most of the forces came through the Three-Padoga Pass, which led to Kanchanaburi.

ฝ่ายไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้จัดทัพ 4 ทัพ โดยประกอบไปด้วยทัพที่จะไปต้านการรุกรานทางเหนือ ใต้ ตะวันตก และทัพหลวง ผลสำเร็จสำคัญที่ทำให้ไทยชนะสงครามครั้งนี้คือการต่อสู้ที่ลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ฝ่ายไทยมีกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเป็นแม่ทัพ ใช้การทำลายเสบียงและสงครามนอกแบบในการกำจัดข้าศึกจนทัพพม่าเสียขวัญและถอยทััพในที่สุด หลังจากนั้น ทัพอื่น ๆ ของพม่าก็พ่ายแพ้ไป ไม่สามารถทำการรบต่อได้ ประเทศไทยจึงรักษาเอกราชไว้ได้
In Siam, King Rama I the Great assembled 4 armies, three protecting each side from the assault, and one under his own command as reserves. The decisive victory was caused by the battle of Lat Ya. Siam’s western army, led by Maha Sura Singhanat (Rama I’s younger brother), used superior tactics, attrited the Burmese, and forced them to retreat. Other Burmese armies were then defeated by other regional armies, heroes, and heroines. Thus, Siam decisively won against the Burmese.

ภาพ: เตรียมพิธีเปิดการฝึก
Preparing for opening ceremony.

ต่อมา เราก็ได้เข้าสู่ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ พิธีเปิดเพื่อมอบอำนาจนักเรียนผู้บังคับบัญชา (อำนาจนิดเดียว หน้าที่เยอะ ๆ = =”) ทิ้งสัมภาระทั้งหมดไว้ที่กองพัน แล้วไปยังสถานีฝึกที่ 31 สนามยิงปืน เพื่อทบทวนการยิงปืน ปลย.11 (HK33) จากนั้นเข้าที่พักเพื่อจัดกำลังเข้ากองร้อย กองพัน และหมวด
Then we reached the bounds of the Khao Chon Kai training camp. The opening ceremony rolls to open the training (for our group), give authority (but even more duties) to certain students. We dropped our belongings at the Battalion and continued on to Training Station #31 – the shooting range – to refresh our knowledge and skills for HK33. Then we headed back to the camp to organize ourselves into the “hierarchy” an
d be assigned tents.

ภาพ: ผ่านพื้นที่กองพันปกครอง
Passing the camp site.
ภาพ: รับประทานอาหารกลางวัน
Eating out- the Lunch!
3 ภาพ: ทบทวนการใช้ ปลย.๑๑ (HK33)
3 Pictures: Refreshment on HK33

ข้าพเจ้าถูกจัดเข้ากองพัน 32 ผลัดที่ 26 กองร้อย 2 หมวด 3 หมู่ 4 เป็นหัวหน้าหมวด
(For reference to other students only – you won’t need this paragraph.)

ภาพ: เดินทางกลับกองพัน
Marching back to the camp.
ภาพ: จัดของเข้าที่พัก
Moving in

จากนั้นเราก็ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวบ้างฟังบรรยายต้อนรับบ้าง โดยต้องใช้เวลาสักพักจึงจะคุ้นเคยกับที่นี่ แม้ว่าเมื่อปี 2 จะเคยมาที่นี่แล้วก็ตาม เนื่องจากสภาพของปี 2 และปี 3 ไม่เหมือนกัน หลังจากนั้นเราจึงได้กินข้าวเย็นและพักอีกครั้ง สวดมนต์นอน (คืนแรกไม่มีการอาบน้ำ เป็นการฝึกความอดทน)
We completed our personal needs, listened to briefings, welcomes, and traditional stuffs. It took a while, for me personally, to get familiar with this place; even though I was here a year ago. After a while we had dinner, another break, prayers, and went to sleep right away. (No shower, juniors! Be warned!)

ข้าพเจ้านอนเต็นท์คนเดียว เนื่องจากเพื่อนของข้าพเจ้าขอย้ายไปนอนด้วยกันเป็นกลุ่มเพื่อความบันเทิง และข้าพเจ้าก็ไม่ได้หาใครมาแทนที่ จึงกลายเป็นว่านอนคนเดียว
Actually, I’m a single loner in one tent. Even though we have buddy system, my supposed buddy from another school went to join their “party” and I didn’t bother to find someone else.

วัน ว+1 – D+1
ตื่นเช้าขึ้นมา ข้าพเจ้ารีบแต่งตัว สั่งรวมพลในหมวดทันที เพื่อเตรียมออกเดินเท้าไปยังสนามยิงปืน ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกล และใช้เวลาเดินนานพอสมควร
In the morning, I get dressed up, assembled the platoon ASAP, eat whatever we could, and marched off to the shooting range.

ภาพ: ทบทวนการยิงอีกครั้ง
Refreshments for those who learned, crash-course for those who didn’t.

เมื่อถึงสนามยิงปืนด้วยกระสุนจริง สถานี 31 พวกเราจัดชุดยิงชุดละ 60 คน และทบทวนขั้นตอนอีกเล็กน้อยก่่อนที่จะรอขึ้นแนวยิง สำหรับขั้นตอนในการยิงจะขอไม่กล่าวถึง
After reaching Station 31, we assembled into groups of 60, listened to more revisions and waited at the line. The procedure itself is classified, unfortunately.

3 ภาพ: “ซ้ายพร้อม ขวาพร้อม แนวยิงระวัง!!” “ปลดห้ามไก!” “เริ่มยิง!”
3 Pictures: “COMMENCE FIRE!”

เมื่อยิงเสร็จแล้วก็จะต้องตรวจหาปลอกกระสุน (ห้ามนำกลับบ้าน) ส่งเป้าเพื่อบันทึกคะแนน และเดินทางกลับไปยังกองพันเพื่อรอกินข้าวเที่ยง
After shooting however, we must collect all the remaining bullet cases. (Pocketing them is strictly prohibited!) Returned the paper targets for scoring, and marched back for lunch.

2 ภาพ: ฐานกิจกรรม (ที่ไม่ได้ใช้เพราะชำรุด)
2 Pictures: 20% of the Obstacle Course

หลังอาหารเที่ยง เราออกเดินทางไปยังบริเวณสถานี 34 ซึ่งเป็นฐานที่สอนอยู่หลายเรื่องพอควร โดยวันนี้ได้ฝึกการข้ามเครื่องกีดขวาง 10 ชนิด (แต่ก็ได้ทำจริง ๆ ไม่ถึง เพราะบางอันอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน) และเดินขึ้นเขาเพื่อฝึกการหาข่าวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยมาก เพราะเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เดินพลางพักพลางไปเรื่อยจึงใช้เวลานานมาก ข้าพเจ้าเป็นตะคริวตอนประมาณระยะทาง 1900 เมตร เนื่องจากเหนื่อยมากแต่ยังพยายามเดินต่อ (เกือบตกเขา กลับไปเริ่มใหม่ เหอๆๆ)
After lunch, we moved to Station 34, which was quite a variety of stations. Today we trained in the 10-part obstacle course and conducted an intelligence patrol uphills. 2 kilometers was very tiring, as there wasn’t much fun in it. I had cramps at 1900 meters, due to Murphy’s Law.

ภาพ: หัวหน้ากองร้อย 3
3rd Company Commander

ภาพ: จากยอดเขาเล็ก ๆ
From the little steep pile of absolute dirt.

จากนั้น บนยอดเขาได้รับแจ้งว่าจะมีการฝึกยิงปืน ค. ให้รีบลงจากเขาเนื่องจากอาจไม่ปลอดภัย พวกเราจึงฟังบรรยายเล็กน้อยแล้วลงเขาทันที ตรวจสอบยอดทั้งหมดแล้วกลับกองพัน คืนนี้พวกเราได้อาบน้ำกันไม่ถึง 1 นาที จัดการภาระกิจส่วนตัวแล้วนอน
At top of the hill, we were told that the mortars will begin firing for the seniors’ exercises. We had to get back to the camp after a brief boring lesson. All men checked in, we moved back to the camp, took a less-than-a-minute shower, a break and then to sleep.

วัน ว+2 – D+2
ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า เนื่องจากวันนี้ต้องเก็บของเพื่อย้ายไป “พักแรมในป่า” ที่สถานีฝึกที่ 32 ในตอนเช้า ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่า Dreamworld (วงเล็บว่า เป็นฝันร้ายนะ)
We woke up even earlier today, packed up and moved to “Forest Site” at Station 32 right in the morning. The particular station called itself Dreamw World of Nightmare.

ภาพ: วางกระเป๋าที่สถานี 32
All you can steal… I mean, all we deposited, at Station 32.

ข้าพเจ้าได้ฝึกการเคลื่อนที่รูปขบวนหมู่ (เหนื่อยมาก และไม่สนุกอย่างที่คิด) การพราง (ซึ่งถ้าใครทำอะไรขัดใจอาจได้หน้ามืด หมายถึงพรางดำทั้งหน้า) กะระยะด้วยสายตาและนับระยะก้าว (โดย 130 ก้าวจะได้ประมาณ 100 เมตร) และฝึกสังเกตการณ์
We trained squad-level movement and formation (sounds easy?), camouflage (you get “blacked out” if you do it wrong, i.e. you get your face painted in total black), range estimation, and observation.

ภาพ: สถานีย่อย การพราง
Camo Substation. High risk of “Getting Blacked Out”!

(ในวงเล็บคือ “ความจริง” ไว้เปรียบเทียบ)
จาก ชุดตรวจการณ์ที่ 1 (ชุดตรวจการณ์นี้มีขนาดใหญ่เป็นร้อยคน)
พบ รถถังข้าศึก โผลจากชายป่าด้านทิศตะวันตก (เป็นคัตเอาท์รูปรถถัง ขนาดเท่าของจริง มี นศท. ยืนถืออยู่ประมาณ 4 นาย)
เวลา 1048 น. (เวลาจริง)
กำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออก (นศท. ถือรูปรถถังเดินไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับมาเก็บที่เดิม)

(“Truth” in parentheses for comparison)
From: 1st Observation Team (this “Team” had like a hundred men)
What: Enemy tank from the woods to the west (a full-sized cut-out of a tank, with 4 students dragging it around)
When: 1048 hrs (true)
Doing: Moving to the east (the students drags the ‘tank’ to the east, then reversed into the woods it emerged from)

ในตอนบ่าย พวกเราเริ่มเข้าสู่แดนสนธยา ความล้าและความง่วงมาโดยมิได้นัดหมาย ข้าพเจ้าเข้าฝึกสถานีย่อย รูปขบวนทำการรบ ซึ่งไม่มีอะไรมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าหมวด เลยโดนจับแยกมาช่วยดูความเรียบร้อยแทนที่จะต้องจัดแถวเอง
In the afternoon, we entered afterworld, I mean, the world of our dreams. Someone started dreaming already. Uninvited guests like tiredness also came. Our company went to another substation which I essentially did nothing except taking care of problematic people. Fortunately, there wasn’t one.

หลังจากนั้น พวกเราเข้าสถานีย่อย 324 เป็นเรื่องของการดำรงชีพในป่า เขาว่าไว้ดังนี้
Then we entered SubStation 324, Survival. The core of SURVIVAL was…

S = Size up the situation ประมาณสถานการณ์
U = Undue haste makes waste อย่าใจร้อนจะเสียการ
R = Remember where you are จำให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน
V = Vanquish fear and panic ขจัดความกลัวให้สิ้น
I = Improvise (คงไม่ต้องแปลมั้ง)
V = Value living ชีวิตมีค่าสูงสุด
A = Act like the natives เข้าเมืองตาหลิ่วจงหลิ่วตาตาม
L = Learn basic skills มีทักษะติดตัวไปด้วย

ซึ่งถ้าแก้ให้เป็นไปตามกฎของเมอร์ฟี่ คงได้:
Which, edited under Murphy’s Law, results in:

S = Shi-! happens! ความซวยเกิดขึ้นได้เสมอ
U = Understand that there’s simply no hope สิ้นหวังแล้ว ยอมรับมันซะเถอะ
R = Remember, there are predators in the wild. อย่าลืมว่าในป่าก็มีผู้ล่า
V = Very last chance for your prayer. สวดมนต์ซะ ต่อไปจะไม่ได้ทำแล้ว
I = Idiots make up your squad คุณจะมีแต่ลูกหมู่โง่ ๆ
V = Value your life first เอาตัวเองให้รอดไว้ก่อน
A = Autosave does its job at the worst time! ระบบ Autosave ทำงานดีมากในช่วงกำลังซวยและลืมปิดมัน
L = Learn to save often next time! คราวหน้าก็เซฟบ่อย ๆ นะ

และ Z อีก 1 ตัว : 絶望した! (สิ้นหวังแล้ว!)
And another Z: 絶望した! (I’m in Despair!)

จากนั้นก็มีการแสดงงู ว่างูพิษและไม่มีพิษชนิดต่าง ๆ สังเกตอย่างไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง
Then we saw a liitle snake show, distinguishing different types of snakes.

2 ภาพ: สถานีการดำรงชีพในป่า
2 Pictures: S.U.R.V.I.V.A.L. Make sure you do survive until the end!

แล้วเราก็ไปปฏิบัติเรื่องการทำอาหารด้วยหม้อสนาม ไม่ทันไรก็ได้ Alt+F4 กันทั้งหมู่ (และอีกหลายคนที่ Game Over, F, Time Up, Retired, Failed, Mission Failed, Bad Ending, Quest Failed ฯลฯ)
Now, we practiced cooking. As you might have guessed, we all got Game Over, F, Time Up, Retire, Failed, Mission Failed, Bad Ending, Quest Failed, and such. We, our squad, ended up with Alt+F4.

ในคืนนี้ พวกเราฝึกการรบในเวลากลางคืน หมายถึงการเดิน คลานในยามกลางคืน การมองเห็น การใช้สายตา ข้อควรระวังเรื่องไฟ ความเงียบ การแก้ปัญหาในกรณีฉุกเฉิน การหาทิศด้วยดาว เป็นต้น
And in the night, we trained night operations, including moving, crawling, observation, use of sight, dangers of fire (gives yourself away), silence, emergency handling, and navigation.

และสุดท้ายก็ได้เข้านอน คืนนี้เพื่อผ่อนคลาย เราได้รับอนุญาตให้นอนดึกได้ แต่ต้องไม่รบกวนผู้อื่น ซึ่งเต็นท์พวกเรามี 3 คน คุยกับเต็นท์ข้าง ๆ อีก 3

สวัสดีปีใหม่ 2552 – Happy New Year 2009 – etc.

พ.ศ. 2552 / ร.ศ. 228 / จ.ศ. 1371 / ปีฉลู / 2009 A.D. / 平成21年 / MMIX

สวัสดีปีใหม่ / Happy New Year / 新年明けましておめでとうございます / Feliz Año Nuevo / Frohes Neues Jahr / hyvää uutta vuotta / hau’oli makahiki hou / bonne année / ευτυχισμένος ο καινούριος χρόνος / feliĉan novjaron / С Новым годом! / etc.

เกิดมาเพิ่งเคยเห็นมิกุร้องเพลงพรปีใหม่นี่ละ น่ารักดีเลยเอามาฝากครับ
Below, taken from somebody else on YouTube, is Miku singing Thai New Year song.

Listen to official version – External Link: The Golden Jubilee Network [Thailand]

แจกกลอนปีใหม่ด้วยครับ
And here’s my speeches for new year.

กลอนห่วยก็ขออภัยครับ แต่งไม่ค่อยเป็น

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอวยชัยให้ท่านได้สุขศรี
ขอให้ท่านเป็นผู้ซึ่งมั่งมี บารมีเหลือล้นพ้นอนันต์
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอวยชัยให้ท่านได้สุขสันต์
ขอท่านมีความสุขทุกทุกวัน ขอทุกท่านมีความสุขทุกเพลา
ขออาราธนาปวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าชีวิตเช้าชีวาเจ้าผืนฟ้า
โปรดคุ้มครองปองมิตรทุกทิวา ทุกชั่วยามราตรีมีสุขใจ
ศุภฤกษ์แสงทองส่องท้องฟ้า ศุภฤกษ์เบิกนภาขึ้นปีใหม่
ศุภฤกษ์ยามนี้มีสุขใจ ขออวยชัยทุกท่านทุกคนเทอญฯ

Sorry for lame writing, I’m poetry-illiterate.

May the Divine bless you,
with all the happiness in the world.
May all wishes become true,
that you have limitless wealth and prosperity.

May the Omnipotent bless you,
again with all the happiness.
May all wishes become true,
for third time with happiness.

May the Soul of the Earth protect you,
from dangers and decay.
May the Soul of the Earth protects through,
all the year, all the night and all the day.

The Auspicious Light lights the sky,
The Auspicious Time marks the rise,
The Auspicious Sunrise shines the year.
Let us step into the future without fear!

สวัสดีปีใหม่ครับ!
Happy New Year!
Thaimodz // LunaticNeko // Excel Aquitaine // The Officem@ster

จันทร์ยิ้ม – Earthshine – 2008


เมื่อค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมานี้หลายท่านคงได้เห็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ (ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเห็นได้ด้วยตาเปล่า) และเห็นได้จากหลายจุดทั้งในเมืองและต่างจังหวัด หลายท่านได้โทรศัพท์มาหาผม (และสมาชิกในครอบครัวท่านอื่น ๆ ด้วย) เพราะอยากให้ออกไปดูด้วยตาตนเอง แต่ช้าไปครับ เพราะตอนที่ผมรับสายนั้นก็ถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
On the deep dusk and beginning of night on 2008-12-01, many people would have sighted a notable astronomical phenomenon, be it from the city or upcountry. Many people have phoned me (and other family members) to watch it with our own eyes, but too late – I’ve already took the photographs when they called.

ภาพที่ทุกท่านได้เห็นคือ การเรียงตัวของดาวศุกร์ ดวงจันทร์ และดาวพฤหัสบดี ในลักษณะที่คล้ายใบหน้ายิ้มของมนุษย์
The sight was a nice arrangement of Venus, the Moon, and Jupiter, in a form like a smiling human face.

บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าจันทร์ยิ้ม บางคนบอกว่ามันคือ Earthshine บางคนบอกว่ามันเป็นลางถึงความวุ่นวายของบ้านเมือง (แต่ผมว่าดาวอังคารต่างหากที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย) แต่จริง ๆ แล้วคำว่า Earthshine ไม่ได้หมายความถึงวันนี้เพียงวันเดียว หมายความว่าอย่างไร?!
Some call this “Smiling Moon”, some call it “Earthshine”, some foretell chaos of the nation (but I think Mars has more effect!). But in reality, “Earthshine” doesn’t mean only this night. How do I mean, you ask?

จริง ๆ แล้ว Earthshine นี้เกิดขึ้นได้เป็นปกติในช่วงแรม 12-14 ค่ำ และช่วงข้างขึ้น 1-3 ค่ำ โดยเกิดจากแสงของดวงอาทิตย์สะท้อนโลกทำให้เกิดแสงสว่างบนดวงจันทร์ขึ้นมา แสงเรื่อ ๆ ที่เราเห็นจึงเป็นแสงของโลกด้านที่เป็นกลางวันสะท้อนใส่ดวงจันทร์
Actually, Earthshine can occur normally on nearly-new or just after new moons. Sunlight reflects off the day part of Earth and hits Moon’s surface, illuminating it.

หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าในค่ำคืนนี้ และถึงแม้ว่าท่านใดที่ไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ก็เลื่อนจอกลับไปดูให้เห็นได้อีกทีครับ ^__^
I hope you had good time with tonight’s astronomical phenomenon. And to all who did not see tonight’s Earthshine, please scroll back and see it again! ^__^

อ้างอิงข้อมูล / References:
Wikipedia/Earthshine
Vcharkarn.com [Thai]

MOS 2008 เกษตรเตรียมชิงแชมป์โลก!! — Kasetsart for Worldwide in MOS Olympic ’08!

[This is a bilingual post; you may read either Thai or English portion, it’s quite the same.]

สวัสดีคร้าบพ่อแม่พี่น้อง วันนี้ผู้เขียนอารมณ์ดีมากมายเป็นพิเศษเลยละครับ เพราะหลังจากที่ลำบากตรากตรำ ((เหรอวะ?)) กับการฝึกซ้อมอันแสนหฤโหด ((อ่านนิดหน่อย ทำเล็กน้อย??)) ผู้เขียนก็ได้เข้าร่วมแข่งขัน MOS Olympic 2008 ในระดับมัธยมศึกษา โปรแกรม Microsoft Word 2003 และได้อันดับหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้เป็นตัวแทนไปแข่งระดับโลกด้วยครับทุก ๆ ท่าน!!!!
Greetings, everybody! The author is pleased today, for after his hard ((You must be joking!)) exercises ((how?!!)), he participated in Microsoft Office Specialist (MOS) Olympic 2008 Secondary school bracket, application MS Word 2003, and won the first NATIONAL PRIZE, as well as being the NATIONAL REPRESENTATIVE to the WORLDWIDE CHAMPIONSHIP!!!

นอกจากนี้ เนื่องจากตัวผู้เขียนเองนั้นอยู่สาธิตเกษตร (ทุกคนก็คงทราบอะนะครับ เพราะเขียนไว้ใน profile หน้าบล็อกแล้ว) ผู้เขียนเองก็ขอแสดงความยินดี และฝากเนื้อฝากตัวกับรุ่นพี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วยครับ ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในโปรแกรม Excel (หลังจากที่ปีที่แล้วโดนใครกั๊กไว้ก็ไม่รู้?) และจะร่วมทีมกันไปแข่งขันที่มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ
Furthermore, since the author is studying in Kasetsart University Laboratory School (which you may know if you can read Thai) which is governed by Kasetsart University (KU), he would also like to congratulate and give salutations to a senior from KU Faculty of Engineering as well (after she was somehow ‘blocked out from 1st place’ last year), and that they would team up for the Worldwide Competition in Hawaii, United States.

ซึ่งก็สรุปแล้วว่า // So here is the list of candidates::
Excel Candidate: Penporn Koanantakool, Kasetsart University Faculty of Engineering
Word Candidate: Chawanat Nakasan, Kasetsart University (Laboratory School) Faculty of Education

ตอนสอบพวกเราสองคนได้คะแนนเท่ากัน คือ 938 คะแนน ครับ
We got the same score, 938 out of 1000.

รูปเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าอยากดู ข้างล่างครับ (หน้าไม่ค่อยดีแล้วละตอนนั้น เหนื่อย เครียดเกิน แถมยิงแฟลชกันยังกะฟ้าผ่า)
Some pictures, if you would like to have a look, starting below. (The author’s face is not as great, because he was feeling stressed and tired.)

** P.S. the flower loop made me look stupid, but I had to wear it, as all ceremonial Hawaiian stuffs all have them!

(done in English only from now)
Special Thanks:
– Advanced Research group & ARiT (MOS Contractor in Thailand)
– Sripatum University & All regional round venues!
– Siam University (Venue for Finals)
– Kasetsart University (from my own thanks)
– support@it-2u.com for the photos (cheap hosting in Thailand: it-2u.com)
– Microsoft (You know who they are!)
– Certiport (Authorized examination distributor)
– MOS Olympic 2008 Thailand Sponsors: United Airlines & Double-Goose Shirts.
– And of course, my own family! ^_^

ประกาศรับสมาชิกจัดตั้งชมรมภาษาต่างประเทศ

นิยามและชื่อเรียก – Definitions and Referencing Names:
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา = สาธิตเกษตร
Kasetsart University Laboratory School, Center for Educational Research and Development = “Satit Kaset”, or “KUS”

นักเรียน หมายถึงนักเรียนในสาธิตเกษตร เว้นแต่มีการระบุเป็นอื่นในใจความ
“Student” refers only to students in Satit Kaset, unless told otherwise in context.

ลักษณะชมรม – Description:
วิชาการเฉพาะด้านภาษาต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นที่ภาษาที่มีการเปิดสอนในโรงเรียนสาธิตเกษตรเป็นหลัก ประกอบไปด้วยภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

This club would aim for foreign language studies, focusing on English, Japanese, and French, the languages taught in Satit Kaset.

หลักการและเหตุผล – Reasons and Principles:
เนื่องจากโรงเรียนสาธิตเกษตรฯ ได้เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่อง ทางหลักสูตรภาษาต่างประเทศจึงมีความมุ่งหวังที่จะจัดตั้ง “ชมรมภาษาต่างประเทศ” ขึ้นมา เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรภาษาต่างประเทศ โดยมีนักเรียนเป็นผู้ดำเนินการใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา

The school of Satit Kaset had been teaching three foreign languages, namely English, Japanese, and French continuously. This club will further the purposes of these language subjects, with students operating the club under adviser teacher’s advices.

จุดประสงค์ของชมรม – Purposes:
1. เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับภาษาต่างประเทศ
1. To be used to operate and run activities that may concern foreign languages.

2. เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพทางด้านการใช้ภาษาและทักษะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษาต่างประเทศของสมาชิกและผู้ร่วมกิจกรรม
2. To develop and further the limits and potential regarding foreign languages and related skills in members and participants.

<ว่าง - ยังไม่ครบถ้วน :: Waiting for further additions>

การรับสมัคร – Admission and Entry:
รับสมัครนักเรียนทุกระดับชั้นที่มีความสามารถหรือความสนใจในภาษาใดภาษาหนึ่งของชมรมฯ เป็นอย่างน้อย ไม่จำกัดคะแนนหรือความสามารถใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะรับสมาชิกจัดตั้งก่อนในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 (ตามปฏิทิน) หากสนใจให้ติดต่อผู้จัดตั้งชมรม…

Any students, regardless of GPA or special talents are acceptable as long as they have abilities, skills, or interests in any of the club’s interested languages. Founding members will be accepted in the first calendar half of 2008. If you are interested, please contact founder via…

ติดต่อ – Methods of Contact:
ติดต่อโดยตรง นายชวณัฐ นาคะสันต์
Direct contact : Chawanat Nakasan

โทรศัพท์ / Telephone : 085-153-6802
อีเมล / E-Mail : admin@thaimodz.net

หรือจะทิ้งความคิดเห็นที่ใจความขอสมัคร พร้องแจ้งชื่อจริงไว้ด้วย
Or leave us a comment and your real name here.

หากท่านเก่งญี่ปุ่นหรือฝรั่งเศส ช่วยแปลข้อความทั้งหมดเป็นภาษาของท่านได้ เราจะพิจารณาเป็นพิเศษ (เห้ย?!)
If you are proficient in Japanese or French and volunteer to translate everything here into your language, we will specially consider your applications! (Just kidding! You don’t need to do it!!)

NJ Spelling Bee 2007!

(เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ก็เขียนเป็นอังกฤษนะครับ)

Yesterday, yes, but it still left me exhausted today. I’m talking about NJ Spelling Bee 2007, held by Nation Group (Thailand), with sponsorship and cooperation from Ministry of Education, Sripatum University, and etc.

This is the final competition to seek the winner from the 100 qualified competitors from 4 (cultural) regions of Thailand. The winner of this event got the cup by HRH Princess Sirindhorn, and a free trip to Melbourne, Australia.

ROUND 1 : MULTIPLE MINDBENDER (59/100 qualified)
The first round was a plain Multiple Mindbender. No, it’s not just a name. It’s really a mind bender when you spell all words right but not sure if it’s “Inseparable” or “Inseperable” (the first one is correct). The passing score was 46 out of 50, which is outrageous for the outsiders, that might can’t figure out what it means when you have to guess an easy word because you only revise harder ones.

ROUND 2 : SUDDEN DEATH (10/59 qualified)
Plain and simple. You spell the words into a paper, and show it up. Anybody who makes even a little mistake is shot down. The stress is so great that the room felt extremely cold like when I was back in Japan or up the Doi Inthanon (lit.: Mt.Inthanon). After 9 people (including me) were qualified, there were 2 people that went wrong and was still left in the game. One of them was a junior from my own school, which produced another wave of stress on me after the two “dueled” 7 or 8 words before it came to a conclusion that she passed. Whew, did I care too much about my friends?

Death-spilling word : “Persuasion” (thanks Bethesda Soft! Your in-game “PERSUASION” helped me out!)

ROUND 3 : COOL ‘CATS’ (5/10 qualified)
I ask Colors, you write Red, Green, Blue, Yellow, Cyan, Magenta… OK, 30 seconds’ up. In this round, you will be asked to write as many words as possible from a “category word” given by the staffs. The fun came out when **** (name reserved for privacy) wrote the ‘3-letter, a-word’ in the Body section. If you still can’t figure what word it is, it has the same meaning as “butt”.

Finally, it came out that there are 2 people in the 5th rank (again!), and the reserved category, “kitchen”, had to be pulled out.

FINALE : LAST MINUTE (1/5 as winner, 4/5 as runner-ups)
The simplest cla.. (whoops, electrical shock in my hands .. I think I will explain about this later) …. The simplest classic Spelling Bee. You spell out the words from the list, orally provided.

Others’ Strategy: Try all, if you can’t, then skip.
My strategy: Skip the words IMMEDIATELY if unsure. Spell only short words.
The Winner’s strategy: Spell all words as extreme speed!

And as the smoke clears, I became the first runner-up, winning a trip to Singapore along with the other 4 runner-ups. My adviser won a trip to Hong Kong.

Conclusion, and a note to all who wish to improve their English skills: Use it! Somehow, find a way to utilize it in real life! Don’t be afraid to use English in your daily activities. Try watching English soundtrack movies with English subtitles (also a nice way to avoid low-quality Thai “hell sub”s). Having friends in other countries is also a nice way to boost your skills! Try playing games in English version, select European, American, or Australian servers to see as many English-speaking players as possible.

I myself started out when I was very young, I had trouble with games in English, and all my parents did was to teach me how to properly use dictionaries and encyclopedias. In the present days, I don’t even need to look up for words’ meanings as I can guess all of them from context.

I’m proud of myself, as this is from my own internal skills – not added nor preserved in any manner.

My next stops : Professional English, Basic Japanese, and a way to chant reversed SQL as spells (see “The Melancholy of Haruhi Suzumiya”, you will know what I mean).

Sponsors : NJ, Nation Group, Ministry of Education, MTV, etc! (too many to be listed!)
Special Thanks : Aj.Anothai, Aj.Dusita, Aj.Orawan P. (correct names? If not, tell me to fix!) (there’s also Orawan K. teaching Biology in my school), my parents, my friends (especially: “Missy Matsui”, “WindyTale”, “Quanrian”, “Broderick Contofalsky”… wait! That’s ME! … and more!), Kasetsart University, Cambridge, Longman, Macmillan, Wikipedia, Wikimedia Foundation, Tokyo Tech High (do I really have to mention this? =__=”), Bethesda Softworks (made me scroll through lines of words in their games), whoever that developed the learning-games back in 1995, my own Biological Redundant Array of Independent Neural-cell (B.R.A.I.N.) and ALL THE ETC!!