Archive for the ‘Uncategorized’ Category

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓

Posted on December 30th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 4 Comments »

สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนครับ ปีนี้ก็แต่งกลอนมาฝากอีกเช่นเคย อาจไม่ไพเราะไม่สละสลวย แต่แต่งด้วยความรักความจริงใจนะครับ ^_^ สำหรับเพลงปีนี้คือเพลง “รื่นเริงเถลิงศก” ของวง “สุนทราภรณ์” ซึ่งเป็นวงดนตรีเก่าแก่ของไทยครับ (ฉบับที่นำมาแสดงในที่นี้ร้องโดย Vocaloids (Hatsune Miku, Kagamine Rin & Len))

เอาละ เข้าสู่ช่วงรำพัน (Rant Zone) นะครับ ^ ^”
ปีนี้อะไรๆ ผ่านไปเยอะมาก ผมได้พบเพื่อนใหม่ๆ รุ่นพี่อีกมากมาย สนิทกับบางคน รู้จักกับหลายคน ผูกพันกับบางคน แต่ก็เป็นเพื่อนกันทุกๆ คน ปีใหม่ปีที่แล้ว ผมยังเป็นนักเรียนอาสาฯ ถ่ายบาตรพระปีใหม่ (จริงๆ ก็ไม่เชิงอาสา เพราะทำแทบทุกคน) ในรั้วโรงเรียนอยู่เลย ตอนนั้นผมคิดว่าชีวิต ม.6 มันอะไรสุดๆ แล้ว แต่ไม่เท่ากับชีวิตในวันนี้เลยด้วยซ้ำ
วันวาเลนไทน์ที่หาคนฉลองที่โรงเรียนไม่ค่อยได้ เพราะมันดันเป็นวันเสาร์… สอบปลายภาคครั้งสุดท้าย และเป็นครั้งแรกที่ผมไปกินไปเล่นกับเพื่อนจนดึก (ผมรู้สึกสนุกมากครับ… แต่เดี๋ยวนี้ผมกินแบบนี้ประจำ)… กว่าจะรู้ตัว เพื่อนๆ ของผมหลายคนก็แยกย้ายไปเสียแล้ว ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก (ยกเว้นเวลามาซื้อผมบน Friends For Sale ไม่ก็ออนเอ็ม แน่นอน ผมไม่ค่อยได้ออน) แต่ผมก็ยังเชื่อว่าทุกๆ คนเป็นเพื่อนผม แม้ว่าจะห่างหายกันไปบ้างก็ตาม
ผมเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาด้วยสถานะของ “ปีหนึ่ง” ผมยังจำได้เลย วันแรกพบคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ที่ภาคคอมฯ หากิจกรรมบรรเจิดมาให้เล่น คือตอบคำถามกวนๆ แถมหักหลังคนชนะอีก 555+) วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้ยินเพลงเพลงหนึ่ง… แม้ว่าจะไม่รู้ว่าพี่ๆ เขาทำมือแบบนั้นทำไม ยืนล้อมวงทำไมก็ตาม (แต่วันนี้ผมก็เข้าใจแล้วว่าเพลงเพลงนี้สำคัญขนาดไหน เพราะมีแต่นิสิตวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เท่านั้นที่ร้อง ไม่ใช่ใครก็ได้ หรือคณะใดก็ได้) จากนั้นผมเข้ามาเรียน รู้จักเพื่อนร่วมรุ่น รุ่นพี่ ผมจำคนไม่ค่อยได้ เกือบเรียกชื่อเพื่อนผิด จำรุ่นพี่ผิดไปหลายครั้ง เลยอาศัยลูกกลมกลืนนั่งรวมๆ ขำตามมุขเขาไปเรื่อย (เดี๋ยวนี้ก็ยังทำบ้างเวลาเจอพี่ที่ไม่คุ้น หรือเพื่อนนอกภาควิชา)
ต่อมา ผมก็เจอกับการสอบเสียแล้ว… ทั้งกลางภาค ปลายภาค ซึ่งทำให้ผมได้รู้ตัวเองว่า ผมยังเก่งได้มากกว่านี้ ตั้งใจ มุ่งมั่นได้มากกว่านี้ ยังมีที่ให้ผมพัฒนาได้อีกเยอะในตลอดช่วงชีวิตของผม
ปิดเทอม รู้สึกเหมือนไม่ได้ปิด เปิดมาอีกทีก็ลอยกระทง… ผมอยากไปลอยกระทง แต่ผมก็ไม่ได้ไป… วันนี้ผมว่าจะไปดู AVATAR ผมก็ไม่ได้ไป… และคงไม่มีโอกาสได้ไปดูเหมือนคนอื่นๆ ปีใหม่นี้ผมอยากมีความสุข ก็ไม่รู้จะมีความสุขได้ครบถ้วนตามที่ผมหวังไว้รึเปล่าก็ไม่รู้
(เสื่อม: ผมได้รู้จักกับ KU Beef แล้วเงินผมก็หายไปอย่างรวดเร็ว 555+)
End of Rant Zone

ต่อไปนี้เป็นกลอนแต่งเองประจำปีนี้ครับ

สวัสดีปีใหม่ใจสุขสันต์
ทุกทุกวันผ่านผันทุกข์หรือไม่
ทุกข์ไม่ทุกข์ก็ปล่อยแล้วให้แล้วไป
เริ่มปีใหม่ผ่านมาโปรดโชคดี

ขออาราธนาแด่องค์พระไตรรัตน์
โพธิสัตว์ทั้งหลายในที่นี้
บรรพชนทั้งหลายทั่วปฐพี
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีทั่วในสากล

ให้อายุท่านยืนยาวเท่าฟ้า
ให้วรรณะนำพาทุกแห่งหน
ให้สุขะแข็งแรงทั่วทุกคน
ให้พละทุกหนทุกนาที

ให้สมหวังดังใจที่ได้คิด
ให้เติมเต็มดวงจิตแห่งน้องพี่
เหล่าเครือญาติผองเพื่อนที่ฉันมี
ให้ได้ดีมีสุขทุกเวลา

ให้ท่านมองท้องฟ้าปีใหม่นี้
พบมณีสุริยันสว่างฟ้า
แสงสาดส่องก้องเวหาทั่วนภา
ประสาทพรจากฟ้าแด่ท่านเทอญ.

สวัสดีปีใหม่ครับ ^ ^”

(แต่โปรเจคปล่อยแล้วแล้วไปไม่ได้นะครับเดี๋ยวไม่จบ T_T)

แปลงเพลง รอบแรกของวันนี้… (อาจมีรอบสอง)

Posted on December 24th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | No Comments »

วันนี้ผมสอบฟิสิกส์มาครับ เลยเอาเพลงแปลงมาฝากเพื่อนๆ สำหรับต้นฉบับก็ในคลิปนะครับ แปลงเพลงเพื่อชีวิตเป็นเพลงสิ้นชีวิต…

กัญชา -> หนีปลา
คำร้อง (เดิม): คาราบาว
คำร้อง (ใหม่): @LunaticNeko
ทำนอง: คาราบาว

สอบครั้งนี้ยังมีตัว C เจิดจ้า
เหม่อมองปลายังดูหม่นหมอง
อยากบอกว่ามันยากมากไป
มันทำไม่ได้ ยังไงก็ตกมีนนนนนน

หน้าเศร้าๆ ยังแต้มเติมตามใบหน้า
KU3 ลอยมาแต่ไกล
สงกะสัยต้องดรอปต่อไป
ดีกว่าเอฟไซร้ ยังไงก็ต้องอีกเทอม

* จดจำไว้ในความทรงจำ
ความบอบช้ำของตัว “W”
ตลอดเทอมไม่เคยเข้าเรียน
ปรารถนา… จะได้เกรดใด

** เจ็บจำไหมในความเลื่อนลอย
เกรดเสื่อมถอยน้อยคนเห็นใจ
หมดคะแนนสิ้นสูญมลาย
ท้อถอยไป… ถอยหลังติดโปร

invoke *;
invoke **;

สุดจะเฟลความเฟลอยู่บนใบหน้า
ดรอปอีกคราอีกคราวสมัย
ชั่วชีวิตเอฟติดทำไม
เส้นทางสุดท้าย รีไทร์ใต้ต้นนนทรี

Word Mini-Guide: เริ่มนับหน้าถัดไป

Posted on August 11th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | No Comments »

เนื่องจากวันนี้มีพี่ท่านหนึ่งได้สอบถามว่ามีใครจะสอน Word ได้บ้าง ผมก็ตอบรับพร้อมกับขอรายการหัวข้อที่อยากให้สอน หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องการให้เริ่มนับเลขหน้าที่หน้าอื่นที่ไม่ใช่หน้าแรกครับ (เลือก 2007 นะครับ เพราะท่านเขาใช้ 2007)

( แชมป์โลกคนใหม่ มีก็ไม่ใช้งานเนอะ มาใช้ คนเก่า ฮ่าๆๆ)

Step 1: จะเริ่มนับตั้งแต่ตรงไหน ไปตรงนั้น แล้วใส่ Section Break!

ใน Ribbon ก็เลือก tab “Page Layout” ไปตรงส่วน Page Setup มุมบนขวาสุดจะมี Breaks แล้วก็กด drop down ลงมาเลือก Next Page ในส่วนล่างครับ

Step 2: จากนั้นเราก็ไปสร้าง Header หรือใส่ Page Number กันตามปกติ แล้วจากนั้นเรามาดูที่ Header & Footer Tools (มันจะโผล่มาที่ Title Bar เองตอนเราแก้ Header/Footer)

กดเอา Link to Previous ตรงที่วงๆ ในภาพออก แล้วก็ใส่เลขหน้าตามปกติ (ในนี้ผมใส่สองครั้ง จริงๆ ไม่ต้องก็ได้ = =”)

Step 3: ไปแก้ให้มันนับ 1 ใหม่ เลือกเลขหน้าให้มันเทาๆ (คลิกก็พอครับ ไม่ต้องปาดก็ได้) …

แล้วก็ไปตามภาพเลยครับ จากนั้นก็แก้ตามนี้

หลังจากกด OK ไปทุกอย่างก็จะเรียบร้อยครับ

ขอบพระคุณพี่ @nuboat มากครับที่ให้โอกาสผม แต่ก็ต้องขออภัยที่ทำอย่างลวกๆ ดิบๆ พอควร เพราะผม (ยอมรับว่าปวดหัว) ทำบ้าอะไรก็ไม่รู้ crash ไปสามสี่รอบ ดีนะที่เอา Chrome มาใช้ ไม่งั้นเละไปแล้ว

เกี่ยวกับผู้เขียน: … ใครรู้จักก็บอกๆ ผู้อ่านด้วยครับ (โกหก หมิ่นประมาท ขอให้เปอร์ สาธุ _/\_)

Rant Zone:
– บ่นๆๆ โอ๊ย ยากมาก มิดเทอม อ๊ากกก Winning Withdrawing Eleven ซะดีมั้ย >_<
– ทำไมตอนเราได้รางวัลกลับมานี่คนหมั่นไส้เยอะกว่าคนชื่นชมแฮะ
– ของเราไม่มีใครจดจำ ฮ่าๆๆ (นอกจากตอนอยากให้ผมช่วยสินะ? dTwTb)

ไป “อร่อยติ่มซำ” เพื่อไปกินสุกี้

Posted on June 14th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 6 Comments »

อ่าครับ คราวนี้เจ้าเก่าคนเดิมก็ชวนผมไปกินบุฟเฟ่ต์อร่อยๆ อีกร้านครับ คราวนี้เป็น “บุฟเฟ่ต์สไตล์ฮ่องกง” ครับ

ไปกันเลย! (สลับบางรูปมาเพื่อเรียบเรียงเนื้อหานะครับ อย่าแปลกใจถ้าเวลามันย้อนไปย้อนมา)

ที่ตั้งร้าน แถวๆ แยกเหม่งจ๋าย ถนนประชาอุทิศ ห่างจากแยกมาประมาณ 150 เมตร
ที่นี่บุฟเฟ่ต์หัวละ 199 บาท อาหารได้ทุกอย่างบนเมนู น้ำซุปฟรี มี refill น้ำเก็กฮวย ชา แล้วก็น้ำเปล่าครับ ถ้าจะกินแบบตามสั่งก็ได้เช่นกัน แต่สำหรับงานนี้เรากินเป็นบุฟเฟ่ต์ไปเลยครับ อ้อ ถ้าจะกินติ่มซำต้องจ่ายแยกนะครับ ไม่ได้รวมในบุฟเฟ่ต์
ใช้เตาเหนี่ยวนำแม่เหล็กด้วย เหมือนร้านดังในห้างฯ
เก็กฮวย แก้วใหญ่ๆ มันใหญ่จริงๆ ครับ เพราะเขาจะไม่ค่อยว่างเติม เลยเอาใหญ่ๆ ไปเลย
น้ำจิ้ม รสไม่จัดมาก รสชาติกลางๆ ถ้าอยากเผ็ดก็คงต้องขอพริกเพิ่มครับ
อุปกรณ์การเสพ เอ๊ย การลวก
ใบสั่ง!! เอ่อ สั่งอาหารน่ะ อย่าเขียนทีละเยอะๆ จะเป็นดี เพราะบางทีเขาก็หลงๆ ลืมๆ
สำหรับเมนูร้านนี้ที่เป็นบุฟเฟ่ต์ก็มีตามที่ท่านเห็นครับ เช่น เนื้อ (มีเนื้อสดกับเนื้อลาย) หมู ไก่ ปลา เนื้อแกะ ซาเต กุ้งสด เห็ดเข็มทอง ลูกชิ้นต่างๆ เต้าหู้ทอด ปลาสวรรค์ หมึก ฯลฯ
จานแรกมาแล้ว (ถ้าสั่งทีละหลายอย่างเขาจะรวมจานมาครับ) มีปลา ปูอัด ปลาสวรรค์ เกี๊ยว ลูกชิ้น แล้วก็อะไรบางอย่างที่หมกอยู่ (ผมไม่ได้สั่งเองครับจำไม่ได้)
หม้อลวก ด้านซุปใสเริ่มใส่ผักลงไปแล้ว
เห็ดเข็มทอง
เนื้อต่างๆ มีเนื้อสด เนื้อลาย เนื้อแกะ (มั้ง น่าจะมีอีก) (รีวิวยากแฮะเวลาเขารวมจานมาเนี่ย)
ซาเต รวม ได้มาก็ตีไข่คลุกลงไป แล้วค่อยเอาลงหม้อ (ระวังนะครับ น้ำหมักซาเตทำให้รสชาติซุปเปลี่ยนไป)
บะหมี่หยก ก็บะหมี่หยก ไม่พิเศษอะไร
โดยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ…
เรื่องเนื้อต่างๆ ผมว่าเขาใส่ใจพอที่จะแล่ด้วยเครื่อง จึงทำให้เนื้อที่ได้นั้นบางและสุกได้ง่าย ทั่วถึงดีครับ บางร้านไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องนี้ ถ้าเป็นสุกี้ละไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นหมูกะทะละมันจะไม่สุกเอา แต่ร้านนี้เขาทำดีกว่าครับ ทั้งน่ากินและไม่เสียอารมณ์
ใครคิดสั่งลูกชิ้นต่างๆ ผมเองอยากแนะนำว่าไม่ต้อง เพราะลูกชิ้นที่นี่ไม่โดดเด่นเท่าเนื้อแน่นอนครับ
การสั่งร้านนี้เอาแน่ไม่ค่อยได้ บางทีผมสั่งไป “ใบสั่ง” ก็ถูกทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ ไม่มีใครสนใจ ต้องหมั่นขยันติดตามผลครับ ถ้าผ่านไปซักพักไม่ได้ก็สั่งใหม่ไปเลย (หรือเพราะวันนี้เถ้าแก่ไม่เข้าหว่า?) สรุปเรื่องบริการนั้นแค่ “พอใช้” ครับ (ที่ยังให้พอใช้เพราะถึง service mind จะไม่ดี แต่ถ้าเรียกหาตรงๆ เขาก็ทำให้ครับ)
โดยรวมแล้วก็ไม่มีคำแนะนำอื่นๆ เป็นพิเศษแล้วครับ ส่วนรูปก็หมดแค่นี้ เพราะหลังจากนั้นก็กินสะบั้นหั่นแหลกกันทั้งบ้าน (เหอๆ)
เหมือนเดิม หลังจากคราวที่แล้วได้แค่ “ตอบรับ” คราวนี้เลยพยายามอัญเชิญพี่ “KaewGB” อีกครั้ง

กินข้าวเย็น ที่ Rib & Chop

Posted on June 7th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 4 Comments »

วันนี้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบ ท่านแม่ ได้แนะนำชวนชิมร้านบุฟเฟ่ต์ (จริงๆ เรียกบุฟเฟ่ต์ไปเลยก็ไม่น่าจะตรงนัก เพราะเราไม่ได้ตักเอง น่าจะเป็น “All you can eat” มากกว่า) แห่งหนึ่งแถวๆ พระราม 5 ครับ

ตามหัว entry ได้กล่าวไปแล้ว ร้านนี้ชื่อ Rib & Chop อยู่ปากซอยนครอินทร์ 5 เลยคอสะพานไปหน่อย (ถ้าขึ้นสะพานละไม่ใช่นะครับ) ราคา 299+ เท่านั้นเอง น้ำเปล่าฟรี มีโค้กรีฟิลล์ (แต่ผมไม่สั่งครับ มันทำให้อืดไว กินได้น้อย หึหึ)

โต๊ะในร้านที่เราไปนั่งกัน มีนิตยสารให้นั่งอ่านด้วย (พอเริ่มกินก็ไม่ได้อ่านแล้ว เหอๆ)

บรรยากาศในร้าน จองหมดแทบทุกโต๊ะ

สำหรับเมนูของร้านนี้ก็ตามนี้ครับ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอีกนิดหน่อย เช่น โคสลอว์ มันบด มันฝรั่ง ข้าวกระเทียม ฯลฯ แต่ไม่ได้ถ่ายมาครับ ถ้าจะสั่งกิน แนะนำว่าอย่าเพิ่ง เพราะอาหาร main course หลายๆ อย่างจะมีติดมาบ้างอยู่แล้ว

จานแรกครับ สลัดซีซาร์ ไม่รู้ว่าผักอะไรเพราะไม่ค่อยได้กิน แต่ก็อร่อยดีครับ

หอยตลับผัดกับไวน์ขาวและใบโหระพาสด… โหระพา? เห็นแต่เบคอนครับ 555+

อันนี้สองอย่างรวมกันครับ กุ้งกับปลาหมึกชุบแป้งทอด แป้งกรอบกำลังดี ไม่แข็งเกินไป

เต้าหู้ญี่ปุ่นทอด ราดซอสเทริยากิ พบว่าไม่ค่อยจะโดน สงสัยเป็นเพราะไม่เข้ากับแนวทางของร้าน

ปีกไก่ทอดราดซอสบาร์บีคิว ในเมนูบอกว่าเผ็ด แต่ผมว่าไม่เผ็ดนะครับ กินกำลังอร่อยเลย

ซุปครีมเห็ด ข้นดีครับ น่ากิน

เขา
บอกว่ามันเป็น Lobster Soup ครับ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ผมเชื่อ >_<

Main Course เริ่มมาครับ จานแรก Pork Cutlet หมูนุ่มอร่อยกำลังดี

ไส้กรอกทำเองของร้าน ไม่ใช่หนอนชาเขียวนะครับ ^ ^

ซี่โครงหมูบาร์บีคิว อร่อยมากมาย จานนี้มีมันบดมาด้วย (แน่นอน มันบดอร่อยกว่า ตอนผมไปอเมริกา เยอะ!)

สปาเกตตี คาโบนารา พอใช้ได้แต่… (ผมว่ามันจืดไปหน่อย ใส่เกลือซะ)

ไก่หมักเครื่องเทศย่าง หนังกรอบ พร้อมซอสบาร์บีคิวและโคสลอว์

จานนี้ เพสโต ครับ ผมว่าก็อร่อยดี แต่ก็ใส่เกลืออีกนั่นแหละ >_<

ข้าวผัดกระเทียมเทียมเทียมๆๆๆๆๆ กลิ่นกระเทียมชัดแบบนี้ ผ่าน!! ^ ^

ปิดท้ายด้วยขนม น่าจะพุดดิ้ง รวมในบุฟเฟ่ต์ครับ สั่งได้เลย

ตัวผมเองก็มีข้อแนะนำสำหรับท่านที่สนใจนะครับ ได้แก่…
1. จองก่อน เพราะร้านมีที่น้อยมาก แค่คนจองอย่างเดียวก็เต็มแล้ว เหมือนร้านพวก VIP เลยละ โทรไปจองได้ที่ 02-965-3430 นะครับ
2. ร้านนี้เปิด 5 โมงเย็นนะครับ ถ้าไปก่อนของจะยังไม่ค่อยพร้อม แต่…
3. ถ้าไปช้า คนจะเยอะ สั่งอาหารจะได้ช้าลงไปอีก!!
4. เวลาสั่งอาหาร แนะนำให้เรียกมาให้จดเลย อย่าหันไป “น้องๆ! (หรือ พี่ครับ!/คะ!) ขอ…” เพราะโดนกับตัวเอง สั่ง Pork Chop ด้วยวิธีนี้ ผลคือ ไม่ได้กิน ครับ
Person of the Article: KaewGB – สาเหตุ ไปกินแล้วนึกถึงพี่แก้วครับ

MOS Olympic 2009

Posted on May 18th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 2 Comments »

ผมเริ่มเขียนบล็อกหน้านี้ด้วยอารมณ์หลายๆ อย่างครับ ได้แก่ อยากเชิญชวน ผิดหวัง เศร้าใจ และคาดหวัง

หลายท่านคงทราบจาก Fwd Mail ของผมแล้วว่าจะมีการแข่งขัน MOS Olympic 2009 ซึ่งก็จะเป็นการคัดเลือกคนไปแข่งขัน Certiport Worldwide Competition ที่ Toronto, Canada.

แต่ว่า จากเดิมมีผู้เข้าแข่งขันมากมาย ทำไมปีนี้เหลือไม่ถึงสองร้อยคนครับ ผมไม่เข้าใจว่าปีนี้เขาก็ให้ฟรีสถาบันละ 4 คนแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยมีใครสมัคร ทั้งๆ ที่น่าจะมีบ้างแล้วด้วยซ้ำ

ครับ ตัวผมเองทราบดีว่ามันกระชั้นมาก แต่ผมก็ว่าพวกเราทุกคนควรจะติดตามข่าวสารบ้างนะครับ เพื่อไม่ให้ท่านเสียโอกาสดีๆ

เราเพิ่งได้แชมป์กันมาปีเดียว คงไม่มีใครอยากโยนทิ้งเฉยๆ หรอกนะครับ โดยเฉพาะเกษตรทุกฝ่าย (ผมได้รับรายงานพิเศษมา) ซึ่งผมอยากให้ความสำคัญมากในฐานะสถาบันที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาเมื่อปีที่แล้ว ว่าท่านจะทิ้งชื่อเสียงที่เราสร้างกันมาไว้ตรงนั้นหรือ?

ตัวผมเองนั้นเป็นแชมป์ไปแล้ว ก็ใช่ เป็นไปแล้วและตัวผมเองไม่มี “หน้าที่” ที่ต้องไปป้องกันตำแหน่ง แต่ท่านในฐานะคนไทย น่าจะเห็นความสำคัญกันบ้างครับ ปีนี้ไม่มีการแข่งโอลิมปิกมาบดบังแล้วครับ เต็มที่ไปเลย (ปีผมละชนะมาก็ไม่มีใครสนครับ เพราะเล่นกีฬามันเท่กว่า เหอะๆ)

หากท่านสนใจเข้าร่วมแข่งขัน โปรดดู http://www.arit.co.th/MOS%20Olympic%202009.asp ครับ

ขอขอบพระคุณอย่างสูง
LunaticNeko
ไม่ต้องบอกก็รู้มั้งว่าใคร

———-

อ่ะ ยั่วน้ำลาย รางวัลตัดสินรวมมัธยม + มหาลัยนะครับ

  1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 2 รางวัล (โปรแกรมละ 1 รางวัล) ได้แก่
    ตั๋วเครื่องบินไปกลับแคนาดา ซอฟต์แวร์จากบริษัทไมโครซอฟท์
  2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 รางวัล (โปรแกรมละ 1 รางวัล) ได้แก่
    เงินรางวัล 8,000 บาท , ซอฟต์แวร์จากบริษัทไมโครซอฟท์
  3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล (โปรแกรมละ 1 รางวัล) ได้แก่
    เงินรางวัล 5, 000 บาท ซอฟต์แวร์จากบริษัทไมโครซอฟท์
  4. รางวัลชมเชย จำนวน 6 รางวัล (โปรแกรมละ 3 รางวัล) ได้แก่
    เงินรางวัล 2, 000 บาท ซอฟต์แวร์จากบริษัทไมโครซอฟท์

———-

ฉบับนี้ถึงชาวสาธิตเกษตรนะครับ

นี่พี่เชาเองนะ พี่ได้รับเมลจากกรรมการท่านหนึ่งว่าพวกเราไม่มีใครสนใจกันเลย ปีที่แล้ว ตอนพี่ขึ้นเวที พี่นึกว่าน้องๆ ตั้งใจฟังกันมาก แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วละว่าน้องหลับ เพราะไม่เห็นมีใครสนใจสมัครกันเลย

ถ้าพี่เข้าใจผิดก็ขอโทษนะครับ เอาเป็นว่าถ้าน้องสนใจก็สมัครได้ตามลิ้งค์เดียวกับ “จดหมาย” ฉบับบน

พี่รู้ครับว่าโรงเรียนเราเดินเรื่องกันค่อนข้างช้า เพราะไม่มีทีมแข่งถาวร (ถ้าชมรมวิชาการช่วยได้ก็โปรดกรุณาเถอะครับ เพราะงานท่านไม่ใช่แค่จัดกิจกรรมพัฒนาบุคคลนะ) ดังนั้นน้องๆ ควรสนใจดูแลตัวเองกันบ้าง

พี่ก็จบจดหมายนี้ในฐานะของ “รุ่นพี่ที่เป็นห่วง” คนหนึ่ง พี่ก็ไม่รู้น้องจะอ่านกันจบมั้ย แต่พี่ขอฝากคำพูดของพี่เองเมื่อปีที่แล้วไว้นะครับ

“พี่ก็ไม่ได้เก่งอะไรเลย แต่พี่อาศัยความพยายามครับ”

น้องเก่งกว่าพี่ พี่รู้ เพราะพี่ไม่เก่งจริงๆ และถ้าน้องพยายาม น้องก็จะไปได้มากกว่าพี่นะครับ

เอาละพอแล้ว เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าบล็อกบ่นขาประจำ โชคดีนะครับ

LunaticNeko (OKUS34)

——-
EDIT 1: สาธิตเกษตรท่านใดสนใจสมัคร สมัครได้เลยไม่ต้องกลัวเสียวันเรียน ผมไปฮาวายมา 7 วันเขาไม่คิดวันลาเลยซักวัน แถมขาดเรียนไปให้สัมภาษณ์ก็ไม่เช็คขาดด้วยนะเอ้อ คุ้มนะเว้ย (แต่ต้อง
มีหนังสือเชิิญมานะ)

เขาชนไก่ ชั้นปีที่ 3 – ROTC Field Training: 3rd Year

Posted on March 18th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 6 Comments »

วัน ว. – D-Day
ข้าพเจ้าลงจากรถ ลาผู้ปกครองที่มาส่งข้าพเจ้าที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (สวนเจ้าเชตุ) สะพายเป้ เดินไปยังประตู ผ่านฝูงคำถามมากมายซ้ำซากว่า สายเก่งใส่อย่างไร บ้าง สายเก่งมีประโยชน์หรือไม่ บ้าง ซึ่งข้าพเจ้าก็เบื่อเหลือเกิน แต่ก็ตอบเพราะเห็นว่าเขาเหล่านั้นเป็นรุ่นน้องทั้งสิ้น และควรได้รับข้อมูลที่เขาสมควรได้รับ
I stepped down from my parent’s car, bid them goodbye and backpacked into the Army Reserve Command, through repeated question on how to wear the load harness, its uses and if any, necessity. I tried to keep myself calm and answer them just because they’re all my juniors and deserve to have the truth.

ภาพ: รวมพลที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง สวนเจ้าเชตุ
Preparing for assembly at Army Reserve Command

จากนั้น พวกเราพากันไปรวมพลที่ที่รวมพลในสวนเจ้าเชตุ ขึ้นรถไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ
We assembled, and rode to Nine-Army Battle Historical Park.

2 ภาพ: เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ สงครามเก้าทัพ
2 Pictures: In transit to Nine-Army Battle Historical Park

สงครามเก้าทัพ เป็นสงครามในปี พ.ศ. 2328 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พม่าในยุคนั้นมีพระเจ้าปดุงปกครอง ได้ยกทัพมาทั้งหมด 9 ทัพ กำลังพล 144 000 นาย กระจายกำลังบุกทั้งจากทางเหนือและใต้ ใช้ทัพบกและทัพเรือประสานกัน โดยกำลังหลักส่วนใหญ่ได้บุกผ่านด่านเจดียสามองค์
The Nine Armies War was a conflict between Siam and Burma in 1785, back in Rama I’s reign. King Bodawpaya of Burma coordinated an attack heading for Bangkok using 9 armies, with total strength of 144 000 men, from both the north and south, on land and from sea. Most of the forces came through the Three-Padoga Pass, which led to Kanchanaburi.

ฝ่ายไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้จัดทัพ 4 ทัพ โดยประกอบไปด้วยทัพที่จะไปต้านการรุกรานทางเหนือ ใต้ ตะวันตก และทัพหลวง ผลสำเร็จสำคัญที่ทำให้ไทยชนะสงครามครั้งนี้คือการต่อสู้ที่ลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ฝ่ายไทยมีกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเป็นแม่ทัพ ใช้การทำลายเสบียงและสงครามนอกแบบในการกำจัดข้าศึกจนทัพพม่าเสียขวัญและถอยทััพในที่สุด หลังจากนั้น ทัพอื่น ๆ ของพม่าก็พ่ายแพ้ไป ไม่สามารถทำการรบต่อได้ ประเทศไทยจึงรักษาเอกราชไว้ได้
In Siam, King Rama I the Great assembled 4 armies, three protecting each side from the assault, and one under his own command as reserves. The decisive victory was caused by the battle of Lat Ya. Siam’s western army, led by Maha Sura Singhanat (Rama I’s younger brother), used superior tactics, attrited the Burmese, and forced them to retreat. Other Burmese armies were then defeated by other regional armies, heroes, and heroines. Thus, Siam decisively won against the Burmese.

ภาพ: เตรียมพิธีเปิดการฝึก
Preparing for opening ceremony.

ต่อมา เราก็ได้เข้าสู่ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ พิธีเปิดเพื่อมอบอำนาจนักเรียนผู้บังคับบัญชา (อำนาจนิดเดียว หน้าที่เยอะ ๆ = =”) ทิ้งสัมภาระทั้งหมดไว้ที่กองพัน แล้วไปยังสถานีฝึกที่ 31 สนามยิงปืน เพื่อทบทวนการยิงปืน ปลย.11 (HK33) จากนั้นเข้าที่พักเพื่อจัดกำลังเข้ากองร้อย กองพัน และหมวด
Then we reached the bounds of the Khao Chon Kai training camp. The opening ceremony rolls to open the training (for our group), give authority (but even more duties) to certain students. We dropped our belongings at the Battalion and continued on to Training Station #31 – the shooting range – to refresh our knowledge and skills for HK33. Then we headed back to the camp to organize ourselves into the “hierarchy” an
d be assigned tents.

ภาพ: ผ่านพื้นที่กองพันปกครอง
Passing the camp site.
ภาพ: รับประทานอาหารกลางวัน
Eating out- the Lunch!
3 ภาพ: ทบทวนการใช้ ปลย.๑๑ (HK33)
3 Pictures: Refreshment on HK33

ข้าพเจ้าถูกจัดเข้ากองพัน 32 ผลัดที่ 26 กองร้อย 2 หมวด 3 หมู่ 4 เป็นหัวหน้าหมวด
(For reference to other students only – you won’t need this paragraph.)

ภาพ: เดินทางกลับกองพัน
Marching back to the camp.
ภาพ: จัดของเข้าที่พัก
Moving in

จากนั้นเราก็ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวบ้างฟังบรรยายต้อนรับบ้าง โดยต้องใช้เวลาสักพักจึงจะคุ้นเคยกับที่นี่ แม้ว่าเมื่อปี 2 จะเคยมาที่นี่แล้วก็ตาม เนื่องจากสภาพของปี 2 และปี 3 ไม่เหมือนกัน หลังจากนั้นเราจึงได้กินข้าวเย็นและพักอีกครั้ง สวดมนต์นอน (คืนแรกไม่มีการอาบน้ำ เป็นการฝึกความอดทน)
We completed our personal needs, listened to briefings, welcomes, and traditional stuffs. It took a while, for me personally, to get familiar with this place; even though I was here a year ago. After a while we had dinner, another break, prayers, and went to sleep right away. (No shower, juniors! Be warned!)

ข้าพเจ้านอนเต็นท์คนเดียว เนื่องจากเพื่อนของข้าพเจ้าขอย้ายไปนอนด้วยกันเป็นกลุ่มเพื่อความบันเทิง และข้าพเจ้าก็ไม่ได้หาใครมาแทนที่ จึงกลายเป็นว่านอนคนเดียว
Actually, I’m a single loner in one tent. Even though we have buddy system, my supposed buddy from another school went to join their “party” and I didn’t bother to find someone else.

วัน ว+1 – D+1
ตื่นเช้าขึ้นมา ข้าพเจ้ารีบแต่งตัว สั่งรวมพลในหมวดทันที เพื่อเตรียมออกเดินเท้าไปยังสนามยิงปืน ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกล และใช้เวลาเดินนานพอสมควร
In the morning, I get dressed up, assembled the platoon ASAP, eat whatever we could, and marched off to the shooting range.

ภาพ: ทบทวนการยิงอีกครั้ง
Refreshments for those who learned, crash-course for those who didn’t.

เมื่อถึงสนามยิงปืนด้วยกระสุนจริง สถานี 31 พวกเราจัดชุดยิงชุดละ 60 คน และทบทวนขั้นตอนอีกเล็กน้อยก่่อนที่จะรอขึ้นแนวยิง สำหรับขั้นตอนในการยิงจะขอไม่กล่าวถึง
After reaching Station 31, we assembled into groups of 60, listened to more revisions and waited at the line. The procedure itself is classified, unfortunately.

3 ภาพ: “ซ้ายพร้อม ขวาพร้อม แนวยิงระวัง!!” “ปลดห้ามไก!” “เริ่มยิง!”
3 Pictures: “COMMENCE FIRE!”

เมื่อยิงเสร็จแล้วก็จะต้องตรวจหาปลอกกระสุน (ห้ามนำกลับบ้าน) ส่งเป้าเพื่อบันทึกคะแนน และเดินทางกลับไปยังกองพันเพื่อรอกินข้าวเที่ยง
After shooting however, we must collect all the remaining bullet cases. (Pocketing them is strictly prohibited!) Returned the paper targets for scoring, and marched back for lunch.

2 ภาพ: ฐานกิจกรรม (ที่ไม่ได้ใช้เพราะชำรุด)
2 Pictures: 20% of the Obstacle Course

หลังอาหารเที่ยง เราออกเดินทางไปยังบริเวณสถานี 34 ซึ่งเป็นฐานที่สอนอยู่หลายเรื่องพอควร โดยวันนี้ได้ฝึกการข้ามเครื่องกีดขวาง 10 ชนิด (แต่ก็ได้ทำจริง ๆ ไม่ถึง เพราะบางอันอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน) และเดินขึ้นเขาเพื่อฝึกการหาข่าวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้ยอมรับว่าเหนื่อยมาก เพราะเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เดินพลางพักพลางไปเรื่อยจึงใช้เวลานานมาก ข้าพเจ้าเป็นตะคริวตอนประมาณระยะทาง 1900 เมตร เนื่องจากเหนื่อยมากแต่ยังพยายามเดินต่อ (เกือบตกเขา กลับไปเริ่มใหม่ เหอๆๆ)
After lunch, we moved to Station 34, which was quite a variety of stations. Today we trained in the 10-part obstacle course and conducted an intelligence patrol uphills. 2 kilometers was very tiring, as there wasn’t much fun in it. I had cramps at 1900 meters, due to Murphy’s Law.

ภาพ: หัวหน้ากองร้อย 3
3rd Company Commander

ภาพ: จากยอดเขาเล็ก ๆ
From the little steep pile of absolute dirt.

จากนั้น บนยอดเขาได้รับแจ้งว่าจะมีการฝึกยิงปืน ค. ให้รีบลงจากเขาเนื่องจากอาจไม่ปลอดภัย พวกเราจึงฟังบรรยายเล็กน้อยแล้วลงเขาทันที ตรวจสอบยอดทั้งหมดแล้วกลับกองพัน คืนนี้พวกเราได้อาบน้ำกันไม่ถึง 1 นาที จัดการภาระกิจส่วนตัวแล้วนอน
At top of the hill, we were told that the mortars will begin firing for the seniors’ exercises. We had to get back to the camp after a brief boring lesson. All men checked in, we moved back to the camp, took a less-than-a-minute shower, a break and then to sleep.

วัน ว+2 – D+2
ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า เนื่องจากวันนี้ต้องเก็บของเพื่อย้ายไป “พักแรมในป่า” ที่สถานีฝึกที่ 32 ในตอนเช้า ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่า Dreamworld (วงเล็บว่า เป็นฝันร้ายนะ)
We woke up even earlier today, packed up and moved to “Forest Site” at Station 32 right in the morning. The particular station called itself Dreamw World of Nightmare.

ภาพ: วางกระเป๋าที่สถานี 32
All you can steal… I mean, all we deposited, at Station 32.

ข้าพเจ้าได้ฝึกการเคลื่อนที่รูปขบวนหมู่ (เหนื่อยมาก และไม่สนุกอย่างที่คิด) การพราง (ซึ่งถ้าใครทำอะไรขัดใจอาจได้หน้ามืด หมายถึงพรางดำทั้งหน้า) กะระยะด้วยสายตาและนับระยะก้าว (โดย 130 ก้าวจะได้ประมาณ 100 เมตร) และฝึกสังเกตการณ์
We trained squad-level movement and formation (sounds easy?), camouflage (you get “blacked out” if you do it wrong, i.e. you get your face painted in total black), range estimation, and observation.

ภาพ: สถานีย่อย การพราง
Camo Substation. High risk of “Getting Blacked Out”!

(ในวงเล็บคือ “ความจริง” ไว้เปรียบเทียบ)
จาก ชุดตรวจการณ์ที่ 1 (ชุดตรวจการณ์นี้มีขนาดใหญ่เป็นร้อยคน)
พบ รถถังข้าศึก โผลจากชายป่าด้านทิศตะวันตก (เป็นคัตเอาท์รูปรถถัง ขนาดเท่าของจริง มี นศท. ยืนถืออยู่ประมาณ 4 นาย)
เวลา 1048 น. (เวลาจริง)
กำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออก (นศท. ถือรูปรถถังเดินไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับมาเก็บที่เดิม)

(“Truth” in parentheses for comparison)
From: 1st Observation Team (this “Team” had like a hundred men)
What: Enemy tank from the woods to the west (a full-sized cut-out of a tank, with 4 students dragging it around)
When: 1048 hrs (true)
Doing: Moving to the east (the students drags the ‘tank’ to the east, then reversed into the woods it emerged from)

ในตอนบ่าย พวกเราเริ่มเข้าสู่แดนสนธยา ความล้าและความง่วงมาโดยมิได้นัดหมาย ข้าพเจ้าเข้าฝึกสถานีย่อย รูปขบวนทำการรบ ซึ่งไม่มีอะไรมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าหมวด เลยโดนจับแยกมาช่วยดูความเรียบร้อยแทนที่จะต้องจัดแถวเอง
In the afternoon, we entered afterworld, I mean, the world of our dreams. Someone started dreaming already. Uninvited guests like tiredness also came. Our company went to another substation which I essentially did nothing except taking care of problematic people. Fortunately, there wasn’t one.

หลังจากนั้น พวกเราเข้าสถานีย่อย 324 เป็นเรื่องของการดำรงชีพในป่า เขาว่าไว้ดังนี้
Then we entered SubStation 324, Survival. The core of SURVIVAL was…

S = Size up the situation ประมาณสถานการณ์
U = Undue haste makes waste อย่าใจร้อนจะเสียการ
R = Remember where you are จำให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน
V = Vanquish fear and panic ขจัดความกลัวให้สิ้น
I = Improvise (คงไม่ต้องแปลมั้ง)
V = Value living ชีวิตมีค่าสูงสุด
A = Act like the natives เข้าเมืองตาหลิ่วจงหลิ่วตาตาม
L = Learn basic skills มีทักษะติดตัวไปด้วย

ซึ่งถ้าแก้ให้เป็นไปตามกฎของเมอร์ฟี่ คงได้:
Which, edited under Murphy’s Law, results in:

S = Shi-! happens! ความซวยเกิดขึ้นได้เสมอ
U = Understand that there’s simply no hope สิ้นหวังแล้ว ยอมรับมันซะเถอะ
R = Remember, there are predators in the wild. อย่าลืมว่าในป่าก็มีผู้ล่า
V = Very last chance for your prayer. สวดมนต์ซะ ต่อไปจะไม่ได้ทำแล้ว
I = Idiots make up your squad คุณจะมีแต่ลูกหมู่โง่ ๆ
V = Value your life first เอาตัวเองให้รอดไว้ก่อน
A = Autosave does its job at the worst time! ระบบ Autosave ทำงานดีมากในช่วงกำลังซวยและลืมปิดมัน
L = Learn to save often next time! คราวหน้าก็เซฟบ่อย ๆ นะ

และ Z อีก 1 ตัว : 絶望した! (สิ้นหวังแล้ว!)
And another Z: 絶望した! (I’m in Despair!)

จากนั้นก็มีการแสดงงู ว่างูพิษและไม่มีพิษชนิดต่าง ๆ สังเกตอย่างไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง
Then we saw a liitle snake show, distinguishing different types of snakes.

2 ภาพ: สถานีการดำรงชีพในป่า
2 Pictures: S.U.R.V.I.V.A.L. Make sure you do survive until the end!

แล้วเราก็ไปปฏิบัติเรื่องการทำอาหารด้วยหม้อสนาม ไม่ทันไรก็ได้ Alt+F4 กันทั้งหมู่ (และอีกหลายคนที่ Game Over, F, Time Up, Retired, Failed, Mission Failed, Bad Ending, Quest Failed ฯลฯ)
Now, we practiced cooking. As you might have guessed, we all got Game Over, F, Time Up, Retire, Failed, Mission Failed, Bad Ending, Quest Failed, and such. We, our squad, ended up with Alt+F4.

ในคืนนี้ พวกเราฝึกการรบในเวลากลางคืน หมายถึงการเดิน คลานในยามกลางคืน การมองเห็น การใช้สายตา ข้อควรระวังเรื่องไฟ ความเงียบ การแก้ปัญหาในกรณีฉุกเฉิน การหาทิศด้วยดาว เป็นต้น
And in the night, we trained night operations, including moving, crawling, observation, use of sight, dangers of fire (gives yourself away), silence, emergency handling, and navigation.

และสุดท้ายก็ได้เข้านอน คืนนี้เพื่อผ่อนคลาย เราได้รับอนุญาตให้นอนดึกได้ แต่ต้องไม่รบกวนผู้อื่น ซึ่งเต็นท์พวกเรามี 3 คน คุยกับเต็นท์ข้าง ๆ อีก 3

สุริยุปราคาวงแหวน วันที่ 26 มกราคม 2552 – Solar Eclipse of 2009-01-26

Posted on January 26th, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 4 Comments »

ภาพนี้เป็นภาพของสุริยุปราคาบางส่วนที่ถ่ายในกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 16:52 น. โดยใช้เทคนิคการเปิดหน้ากล้องสั้น รูรับแสงแคบ และใช้ฟิลเตอร์เพื่อลดทอนแสง จากนั้นก็ยกกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย (ดีนะตาไม่บอด 555+)
This photograph of a solar eclipse was taken in Bangkok at 1652 hrs. Techniques used include short exposure time, narrow aperture, and 3 filters mounted to cut down on light. Then I lifted, aimed, and fired. (Good thing it was fast, so I wasn’t blinded!)

Camera: Nikon D60
Exposure Time: 1/1250s
Aperture: F22
Lens: 35mm (wide FOV to reduce damage to camera)
ISO Equivalence: 100
Filters: 2 CPL, ND8 (mounted all at once)

ภาพข้างต้นจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย ต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย
Image above taken from the Thai Astronomical Society . The following is the information from the Society. Translation by blog author, not affiliated or work of the Society.

สุริยุปราคาครั้งแรกของปีเริ่มในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 26 มกราคม ตามเวลาในประเทศไทย ตรงกับวันตรุษจีน ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ จึงบังดวงอาทิตย์ไม่มิดหมดทั้งดวง เส้นทางสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ส่วนใหญ่อยู่ในทะเล เงามืดของดวงจันทร์เริ่มสัมผัสผิวโลกทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลา 13.06 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก เข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย จุดที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรด้วยระยะเวลานาน 7 นาที 56 วินาที
The first solar eclipse started in the afternoon of Monday, January 26 according to Thai local time, which is on the Chinese New Year’s Day. The moon is far from the Earth and appears smaller than the Sun, so the moon does not completely obscure the Sun. Most of the eclipse track lies in the sea. The moon’s umbra first touches the Earth surface on the south of Atlantic Ocean at 1306 hrs GMT+7, then moves eastward into Indian Ocean. The place which sees the longest period of the eclipse lies in the sea for 7 minutes and 56 seconds.

ศูนย์กลางเงาผ่านหมู่เกาะขนาดเล็กของเครือรัฐออสเตรเลียในมหาสมุทร อินเดีย แตะผืนดินทางใต้ของเกาะสุมาตรากับด้านตะวันตกของเกาะชวาในประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นผ่านช่องแคบกะริมาตา เกาะบอร์เนียว กับบางส่วนทางตอนเหนือของเกาะเซลีเบส สุริยุปราคาวงแหวนสิ้นสุดในเวลา 16.52 น. เป็นจังหวะที่ศูนย์กลางเงาหลุดออกจากผิวโลกในทะเลระหว่างเกาะเซลีเบสกับเกาะ มินดาเนา
The center of shadow passes through the small islands in the Australian territory, touches the southern part of Sumatra and the eastern part of Java Island, then through Selat Karimata, Borneo Island, northern parts of Celebes Island. The eclipse ends at 1652 hrs, which is when the shadow center lifts from the Earth’s sea between the Celebes Island and Mindanao Island.

บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมทางใต้ของทวีปแอฟริกา มาดากัสการ์ บางส่วนของแอนตาร์กติกา ตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย (ยกเว้นแทสเมเนีย) รวมไปถึงบางส่วนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่
Areas with visible partial eclipse include the southern part of Africa, Madagascar, parts of Antarctica, southeastern parts of India, southeast Asia, Australia (excluding Tasmania), and southeastern part of China Mainland.

ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดบางส่วน ต้องใช้แผ่นกรองแสงหรือการสังเกตการณ์ทางอ้อม ภาคใต้เป็นบริเวณที่มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุด โดยเฉลี่ยเริ่มเวลาประมาณ 16.00 น. บังเต็มที่ในเวลาประมาณ 17.00 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 18.00 น. โดยจะเห็นดวงอาทิตย์แหว่งทางซ้ายมือค่อนไปทางด้านบนเมื่อเทียบกับขอบฟ้า หลายจังหวัดทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน จะยังคงเห็นดวงอาทิตย์แหว่งอยู่เล็กน้อยในจังหวะที่ดวงอาทิตย์ตกดิน
Thailand is situated in the area of partial eclipse (penumbra). Light-reduction filter or indirect observation is required to safely observe the eclipse. The Southern part has the highest chance of seeing partial eclipse. At mean, the eclipse starts at 1600 hrs, maximum obscurity at 1700 hrs, and ends at 1800 hrs. The Sun will be obscured from upper left part compared to horizon. Many provinces in eastern Isan region can see the sun slightly covered at the time of sunset.

สวัสดีปีใหม่ 2552 – Happy New Year 2009 – etc.

Posted on January 1st, 2009 in Initial Posts, Uncategorized | 6 Comments »

พ.ศ. 2552 / ร.ศ. 228 / จ.ศ. 1371 / ปีฉลู / 2009 A.D. / 平成21年 / MMIX

สวัสดีปีใหม่ / Happy New Year / 新年明けましておめでとうございます / Feliz Año Nuevo / Frohes Neues Jahr / hyvää uutta vuotta / hau’oli makahiki hou / bonne année / ευτυχισμένος ο καινούριος χρόνος / feliĉan novjaron / С Новым годом! / etc.

เกิดมาเพิ่งเคยเห็นมิกุร้องเพลงพรปีใหม่นี่ละ น่ารักดีเลยเอามาฝากครับ
Below, taken from somebody else on YouTube, is Miku singing Thai New Year song.

Listen to official version – External Link: The Golden Jubilee Network [Thailand]

แจกกลอนปีใหม่ด้วยครับ
And here’s my speeches for new year.

กลอนห่วยก็ขออภัยครับ แต่งไม่ค่อยเป็น

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอวยชัยให้ท่านได้สุขศรี
ขอให้ท่านเป็นผู้ซึ่งมั่งมี บารมีเหลือล้นพ้นอนันต์
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอวยชัยให้ท่านได้สุขสันต์
ขอท่านมีความสุขทุกทุกวัน ขอทุกท่านมีความสุขทุกเพลา
ขออาราธนาปวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าชีวิตเช้าชีวาเจ้าผืนฟ้า
โปรดคุ้มครองปองมิตรทุกทิวา ทุกชั่วยามราตรีมีสุขใจ
ศุภฤกษ์แสงทองส่องท้องฟ้า ศุภฤกษ์เบิกนภาขึ้นปีใหม่
ศุภฤกษ์ยามนี้มีสุขใจ ขออวยชัยทุกท่านทุกคนเทอญฯ

Sorry for lame writing, I’m poetry-illiterate.

May the Divine bless you,
with all the happiness in the world.
May all wishes become true,
that you have limitless wealth and prosperity.

May the Omnipotent bless you,
again with all the happiness.
May all wishes become true,
for third time with happiness.

May the Soul of the Earth protect you,
from dangers and decay.
May the Soul of the Earth protects through,
all the year, all the night and all the day.

The Auspicious Light lights the sky,
The Auspicious Time marks the rise,
The Auspicious Sunrise shines the year.
Let us step into the future without fear!

สวัสดีปีใหม่ครับ!
Happy New Year!
Thaimodz // LunaticNeko // Excel Aquitaine // The Officem@ster

จันทร์ยิ้ม – Earthshine – 2008

Posted on December 1st, 2008 in Initial Posts, Uncategorized | No Comments »


เมื่อค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมานี้หลายท่านคงได้เห็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ (ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเห็นได้ด้วยตาเปล่า) และเห็นได้จากหลายจุดทั้งในเมืองและต่างจังหวัด หลายท่านได้โทรศัพท์มาหาผม (และสมาชิกในครอบครัวท่านอื่น ๆ ด้วย) เพราะอยากให้ออกไปดูด้วยตาตนเอง แต่ช้าไปครับ เพราะตอนที่ผมรับสายนั้นก็ถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
On the deep dusk and beginning of night on 2008-12-01, many people would have sighted a notable astronomical phenomenon, be it from the city or upcountry. Many people have phoned me (and other family members) to watch it with our own eyes, but too late – I’ve already took the photographs when they called.

ภาพที่ทุกท่านได้เห็นคือ การเรียงตัวของดาวศุกร์ ดวงจันทร์ และดาวพฤหัสบดี ในลักษณะที่คล้ายใบหน้ายิ้มของมนุษย์
The sight was a nice arrangement of Venus, the Moon, and Jupiter, in a form like a smiling human face.

บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าจันทร์ยิ้ม บางคนบอกว่ามันคือ Earthshine บางคนบอกว่ามันเป็นลางถึงความวุ่นวายของบ้านเมือง (แต่ผมว่าดาวอังคารต่างหากที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย) แต่จริง ๆ แล้วคำว่า Earthshine ไม่ได้หมายความถึงวันนี้เพียงวันเดียว หมายความว่าอย่างไร?!
Some call this “Smiling Moon”, some call it “Earthshine”, some foretell chaos of the nation (but I think Mars has more effect!). But in reality, “Earthshine” doesn’t mean only this night. How do I mean, you ask?

จริง ๆ แล้ว Earthshine นี้เกิดขึ้นได้เป็นปกติในช่วงแรม 12-14 ค่ำ และช่วงข้างขึ้น 1-3 ค่ำ โดยเกิดจากแสงของดวงอาทิตย์สะท้อนโลกทำให้เกิดแสงสว่างบนดวงจันทร์ขึ้นมา แสงเรื่อ ๆ ที่เราเห็นจึงเป็นแสงของโลกด้านที่เป็นกลางวันสะท้อนใส่ดวงจันทร์
Actually, Earthshine can occur normally on nearly-new or just after new moons. Sunlight reflects off the day part of Earth and hits Moon’s surface, illuminating it.

หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าในค่ำคืนนี้ และถึงแม้ว่าท่านใดที่ไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ก็เลื่อนจอกลับไปดูให้เห็นได้อีกทีครับ ^__^
I hope you had good time with tonight’s astronomical phenomenon. And to all who did not see tonight’s Earthshine, please scroll back and see it again! ^__^

อ้างอิงข้อมูล / References:
Wikipedia/Earthshine
Vcharkarn.com [Thai]